<h4>ตำบลเมืองเก่า เดิมคือที่ตั้งเมืองพิจิตรเก่า ตำบลเมืองเก่าเดิม เป็นเมืองลูกหลวง&nbsp; สมัยสุโขทัยจังหวัดพิจิตรมีชื่อเรียกว่า เมืองโอฆะบุรี ซึ่งแปลว่าเมืองใต้ท้องน้ำ และมีชื่อเรียกต่างไปตาม ยุคสมัย เช่น เมืองสระหลวง&nbsp; เมืองชัยบวร และเมืองปากยม&nbsp; เมืองพิจิตรเป็นที่ประสูติ ของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาพระองค์หนึ่ง คือ พระเจ้าสรรเพชญที่ 8 หรือสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ และเป็นถิ่นกำเนิดของนิทาน เรื่องไกรทองอันลือลั่น ตามตำนาน จังหวัดพิจิตร พิจิตร แปลว่า เมืองงาม ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 1601 โดยเจ้ากาญจนกุมารราชบุตรพระยาโคตรบอง สมัยสุโขทัย บนริมฝั่งแม่น้ำน่านก่อสร้างกำแพงเมืองด้วยอิฐ ด้านเหนือยาว 10 เส้นด้านใต้ยาว 10 เส้น ด้านตะวันออกยาว 35 เส้นด้านตะวันตก เป็นหน้าเมืองหันหน้าไปทางแม่น้ำเป็นกำแพง 2 ชั้น ห่างกัน 15 วา มีป้อมประตู หอรบ ขณะนี้ยังมีปรากฏซากเมืองเป็นร่องรอยอยู่&nbsp; ครั้นกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางเดิน ประชาชนพากันอพยพจากลำน้ำเดิมคือลำน้ำพิจิตรเก่า ไปอยู่ลำน้ำใหม่คือแม่น้ำน่านในปัจจุบัน และได้ย้ายเมืองไปตั้งอยู่ที่ตำบลท่าหลวง หรือตำบลในเขตเทศบาลเมืองพิจิตรในปัจจุบัน . ดังนั้น จึงได้ตั้งชื่อ เป็น ตำบลเมืองเก่าตำบลเมืองเก่า เดิมคือที่ตั้งเมืองพิจิตรเก่า ตำบลเมืองเก่าเดิม เป็นเมืองลูกหลวง&nbsp; สมัยสุโขทัยจังหวัดพิจิตรมีชื่อเรียกว่า เมืองโอฆะบุรี ซึ่งแปลว่าเมืองใต้ท้องน้ำ และมีชื่อเรียกต่างไปตาม ยุคสมัย เช่น เมืองสระหลวง&nbsp; เมืองชัยบวร และเมืองปากยม&nbsp; เมืองพิจิตรเป็นที่ประสูติ ของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาพระองค์หนึ่ง คือ พระเจ้าสรรเพชญที่ 8 หรือสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ และเป็นถิ่นกำเนิดของนิทาน เรื่องไกรทองอันลือลั่น ตามตำนาน จังหวัดพิจิตร พิจิตร แปลว่า เมืองงาม ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 1601 โดยเจ้ากาญจนกุมารราชบุตรพระยาโคตรบอง สมัยสุโขทัย บนริมฝั่งแม่น้ำน่านก่อสร้างกำแพงเมืองด้วยอิฐ ด้านเหนือยาว 10 เส้นด้านใต้ยาว 10 เส้น ด้านตะวันออกยาว 35 เส้นด้านตะวันตก เป็นหน้าเมืองหันหน้าไปทางแม่น้ำเป็นกำแพง 2 ชั้น ห่างกัน 15 วา มีป้อมประตู หอรบ ขณะนี้ยังมีปรากฏซากเมืองเป็นร่องรอยอยู่&nbsp; ครั้นกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางเดิน ประชาชนพากันอพยพจากลำน้ำเดิมคือลำน้ำพิจิตรเก่า ไปอยู่ลำน้ำใหม่คือแม่น้ำน่านในปัจจุบัน และได้ย้ายเมืองไปตั้งอยู่ที่ตำบลท่าหลวง หรือตำบลในเขตเทศบาลเมืองพิจิตรในปัจจุบัน . ดังนั้น จึงได้ตั้งชื่อ เป็น ตำบลเมืองเก่า</h4>
<h4>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเก่า&nbsp; มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็น ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับที่ 6 พ.ศ. 2552 โดยยกฐานะจากสภาตำบลเมืองเก่า ในปี 2539</h4>

อบต.เมืองเก่า

ตำบลเมืองเก่า เดิมคือที่ตั้งเมืองพิจิตรเก่า ตำบลเมืองเก่าเดิม เป็นเมืองลูกหลวง  สมัยสุโขทัยจังหวัดพิจิตรมีชื่อเรียกว่า เมืองโอฆะบุรี ซึ่งแปลว่าเมืองใต้ท้องน้ำ และมีชื่อเรียกต่างไปตาม ยุคสมัย เช่น เมืองสระหลวง  เมืองชัยบวร และเมืองปากยม  เมืองพิจิตรเป็นที่ประสูติ ของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาพระองค์หนึ่ง คือ พระเจ้าสรรเพชญที่ 8 หรือสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ และเป็นถิ่นกำเนิดของนิทาน เรื่องไกรทองอันลือลั่น ตามตำนาน จังหวัดพิจิตร พิจิตร แปลว่า เมืองงาม ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 1601 โดยเจ้ากาญจนกุมารราชบุตรพระยาโคตรบอง สมัยสุโขทัย บนริมฝั่งแม่น้ำน่านก่อสร้างกำแพงเมืองด้วยอิฐ ด้านเหนือยาว 10 เส้นด้านใต้ยาว 10 เส้น ด้านตะวันออกยาว 35 เส้นด้านตะวันตก เป็นหน้าเมืองหันหน้าไปทางแม่น้ำเป็นกำแพง 2 ชั้น ห่างกัน 15 วา มีป้อมประตู หอรบ ขณะนี้ยังมีปรากฏซากเมืองเป็นร่องรอยอยู่  ครั้นกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางเดิน ประชาชนพากันอพยพจากลำน้ำเดิมคือลำน้ำพิจิตรเก่า ไปอยู่ลำน้ำใหม่คือแม่น้ำน่านในปัจจุบัน และได้ย้ายเมืองไปตั้งอยู่ที่ตำบลท่าหลวง หรือตำบลในเขตเทศบาลเมืองพิจิตรในปัจจุบัน . ดังนั้น จึงได้ตั้งชื่อ เป็น ตำบลเมืองเก่าตำบลเมืองเก่า เดิมคือที่ตั้งเมืองพิจิตรเก่า ตำบลเมืองเก่าเดิม เป็นเมืองลูกหลวง  สมัยสุโขทัยจังหวัดพิจิตรมีชื่อเรียกว่า เมืองโอฆะบุรี ซึ่งแปลว่าเมืองใต้ท้องน้ำ และมีชื่อเรียกต่างไปตาม ยุคสมัย เช่น เมืองสระหลวง  เมืองชัยบวร และเมืองปากยม  เมืองพิจิตรเป็นที่ประสูติ ของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาพระองค์หนึ่ง คือ พระเจ้าสรรเพชญที่ 8 หรือสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ และเป็นถิ่นกำเนิดของนิทาน เรื่องไกรทองอันลือลั่น ตามตำนาน จังหวัดพิจิตร พิจิตร แปลว่า เมืองงาม ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 1601 โดยเจ้ากาญจนกุมารราชบุตรพระยาโคตรบอง สมัยสุโขทัย บนริมฝั่งแม่น้ำน่านก่อสร้างกำแพงเมืองด้วยอิฐ ด้านเหนือยาว 10 เส้นด้านใต้ยาว 10 เส้น ด้านตะวันออกยาว 35 เส้นด้านตะวันตก เป็นหน้าเมืองหันหน้าไปทางแม่น้ำเป็นกำแพง 2 ชั้น ห่างกัน 15 วา มีป้อมประตู หอรบ ขณะนี้ยังมีปรากฏซากเมืองเป็นร่องรอยอยู่  ครั้นกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางเดิน ประชาชนพากันอพยพจากลำน้ำเดิมคือลำน้ำพิจิตรเก่า ไปอยู่ลำน้ำใหม่คือแม่น้ำน่านในปัจจุบัน และได้ย้ายเมืองไปตั้งอยู่ที่ตำบลท่าหลวง หรือตำบลในเขตเทศบาลเมืองพิจิตรในปัจจุบัน . ดังนั้น จึงได้ตั้งชื่อ เป็น ตำบลเมืองเก่า

         องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเก่า  มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็น ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับที่ 6 พ.ศ. 2552 โดยยกฐานะจากสภาตำบลเมืองเก่า ในปี 2539